มีกี่ครั้งที่คุณทุ่มเทดูแลทุกคนรอบตัว จนลืมไปว่าตัวเองก็ต้องการการดูแล? มีกี่ครั้งที่ความปรารถนาดีและความรักที่บริสุทธิ์ของคุณ ถูกตอบแทนด้วยความผิดหวัง จนทิ้งรอยแผลที่มองไม่เห็นไว้ในใจ?
ในศาสตร์ของพลังงาน ความเจ็บปวดและความเศร้าที่ถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการเยียวยา จะกลายเป็นตะกอนขุ่นมัวที่คอยขัดขวางไม่ให้คุณเปิดรับความสุขครั้งใหม่ได้เต็มที่ การจะก้าวข้ามบาดแผลเหล่านี้ บางครั้งคุณไม่ได้ต้องการความเข้มแข็งเพื่อไปสู้กับใคร แต่คุณต้องการ "พื้นที่ปลอดภัย" และพลังงานแห่งความเมตตาขั้นสูงสุด เพื่อโอบกอดและสมานรอยร้าวในจิตวิญญาณของคุณเอง
และนี่คือแก่นแท้ของพลังงานแห่ง "ยู่ทู่ หรือ กระต่ายหยก" ผู้พิทักษ์ที่เป็นดั่งเภสัชกรส่วนตัว ผู้สกัดความเจ็บปวดให้กลายเป็นโอสถทิพย์แห่งความเข้าใจ
ตามตำนานแห่งสวนท้อสวรรค์ กระต่ายหยกเคยเป็นเพียงสัตว์ตัวน้อยที่ไม่มีของมีค่าใดจะถวายแด่เทพเจ้า เมื่อเห็นผู้อื่นเดือดร้อน มันจึงตัดสินใจกระโดดเข้าสู่กองไฟเพื่อมอบร่างกายของตนเป็นอาหาร ทว่าด้วย "ความเมตตาอันบริสุทธิ์" ไฟนั้นกลับไม่อาจเผาผลาญจิตวิญญาณของมันได้ องค์กิมบ๊อ (พระแม่กิมบ่อเนี้ย) ทรงประจักษ์ในความเสียสละนั้น จึงชุบชีวิตให้กระต่ายน้อยกลายเป็นอมตะ มีขนสีขาวมุกวาววับ ดวงตาสีแดงดั่งทับทิมที่เข้าใจซึ้งถึงความเจ็บปวดของสรรพสัตว์
พระองค์ทรงมอบหน้าที่ที่สำคัญที่สุดให้แก่กระต่ายหยก นั่นคือการถือสากหยกและครกทองคำ เพื่อ "ปรุงยา" แต่ยาของกระต่ายหยก ไม่ได้มีไว้เพื่อรักษากายเนื้อเท่านั้น ทว่าเป็นยาที่สกัดมาเพื่อรักษา "ใจที่แตกสลาย" โดยเฉพาะ
พลังงานแห่งความเมตตานี้ ได้ถูกอัญเชิญมาสถิตอยู่ใน Guardian Diamond รุ่นกระต่ายหยก เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้องและเยียวยา (Deep Healing) ทุกครั้งที่คุณรู้สึกแตกสลายหรือหมดแรง พลังงานของเพชรจะคอยเตือนคุณเสมอว่า "ความเจ็บปวดคือวัตถุดิบ... หากเจ้านำมันมาบดละเอียดด้วยความเข้าใจ มันจะกลายเป็นโอสถทิพย์ที่ทำให้เจ้าแข็งแกร่งกว่าเดิม”